วันนี้ได้ไปหาพี่ยุ้ยมาอีกแล้ว โชคดีมากๆที่ได้เจอด้วย
ขอบอกไว้ก่อนว่ายาวมาก เพราะเก็บมาเกือบทุกประโยค
(สมองคนเราช่างมหัศจรรย์จริงๆ..O_o!!)
ถ้าไม่ได้ชอบก็ไม่ต้องอ่านก็ได้ค่ะ แต่ขอบอกนิดนึง
ว่าถ้าไม่อ่านแล้วเม้นท์ เราก็เม้นท์กลับให้นะ
แต่เราก็จะไม่อ่านไดคุณเหมือนกัน โอเคนะคะ
แต่ถ้าคนที่อ่าน ก็ขอขอบพระคุณล่วงหน้าเลยค่ะที่ทนอ่านจบ
แล้วไม่ว่าไดคุณจะยาวแค่ไหนเราก็จะอ่านจนจบจ้ะ
มิสจ้า
บ่ายโมงครึ่งก็ออกจากบ้าน
ขับรถป้อป วนไปซื้อขาไก่เจ้าอร่อยก่อน 555
ซื้อมา 2 ถุง 40 บาทกะว่าจะเอาไปฝากพี่ยุ้ย
(เจ้านี้เค้าดังและอร่อยจริงๆนะ)
จากนั้นก็ไปม.ราม นัทพี่อุยกับพี่ออนไว้ พอไปถึง ก็เดินไปตึก VPB
เดินไปก็ไม่เจอคนที่นัดไว้เลยโทรไปหา ปรากฎอยู่โรงอาหารกัน
เลยเดินไปนั่งสมทบ แล้วก็ถามพี่อุยว่า "พี่ยุ้ยมามั้ยคะ"
พี่อุยก็ไม่รู้ว่ามารึเปล่า เลยเอาโทรศพท์เราโทรไปหาพี่หน่อย
(พี่สาวพี่ยุ้ย) พี่หน่อยบอกว่าออกไปข้างนอกอ่ะ น้องแนนไปด้วย(หลาน)
เลยคิดว่าคงมาสอบ จากนั้นก็เลยเดินหารถ ปรากฎหาไม่เจอ
(ม.รามมันกว้างนะเคอะ) 555 เลยเดินกลับมาที่ตึกก่อนที่พี่ยุ้ยจะลงมา
เราเลยแยกกันกับพี่อุยไปยืนกันคนละฝั่งทางลง (ยังกะโปลิสจับขโมย)
5555 พอออดดังไม่นานพี่ยุ้ยก็เดินสวยลงมาพร้อมกับกำลังโทรศัพท์
แฮ่ๆๆ ถึงตอนนี้นะ น่ารักโคตรรรรรร >o<!! สวยโคตรร >o<!!
แล้วก็เลยเดินตามพี่ยุ้ยไปหาน้องแนน ที่นั่งอยู่อีกโต๊ะ ที่ไกลออกไป
ระหว่างที่เดินเราก็กดโทรศัพตามพี่อุยกะพี่ออน พอเงยหน้าขึ้นมา...
ก็ต้องต้กกะใจ เพราะสายตา ในระยะ 180 องศา หันมามองตรงจุด
ที่เรากะลังเดินเป็นจุดเดียว ...ก็มองพี่ยุ้ยน่ะแหละ
แต่พอดีเราห่างกะพี่ยุ้ยแค่ราวๆก้าวครึ่งไง...ก็เหวอเลยสิคะ
(เดินตามหลังคนสวยก็เขินนะ)
จากนั้นก็เดินไปที่รถที่จอดอยู่ ซึ่ง!!!! ไกลมาก
(มิน่าล่ะ ตอนแรกถึงเดินหากันไม่เจอ) 555
จากนั้นพี่ยุ้ยเลยถามว่า "พวกเรามีธุระจะไปไหนกันรึเปล่า"
ไอ้เราก็อ้ำอึ้ง พี่ออนเลยถามว่า "พี่ยุ้ยจะพาไปไหนหรือคะ"
(ได้ใจอ่ะ ถามตรงดี) พี่ยุ้ยเลยบอกว่า
"ก็ถ้าไม่มีธุระกัน พี่จะพาไปเลี้ยง KFC"
โหยย แอบกรี้ดในใจ ตื่นเต้นๆ จะได้อยู่กับพี่ยุ้ยนานขึ้น
แล้วพี่เค้าพูดต่ออีกว่า "หรือพวกเราอยากกินข้าวแกงกัน"
พวกเราก็บอกประมาณว่า..แล้วแต่พี่ยุ้ยสิ
แล้วเราเองก็เลยพูดต่อพร้อมกับยิ้มๆว่า
"แต่เมย์รู้ว่าพี่ยุ้ยชอบกินไก่(KFC)" (อิอิ)
พี่ยุ้ยก็ยิ้มๆแล้วบอก "ช่าย พี่ชอบ.." แล้วทำหน้าแบบนึกแล้วอยากิน
(น่าร้ากโคตร) แล้วพี่ยุ้ยก็บอกต่ออีกว่า "ยังไม่ได้ลองไอ้ที่ออกใหม่เลย"
"ชีสซี่ฟรายด์น่ะ น่าลองๆ" เราเลยหัวเราะ 555555
จากนั้นพอไปถึงรถ พี่ยุ้ยก็บอกหลานให้นั่งข้างหลังก่อน
(เพราะเราตัวใหญ่น่ะ) เดี๋ยวข้างหลังจะเบียดมาก
แต่แอบดีใจนะเนี่ย ได้นั่งข้างๆพี่ยุ้ย โอ้ย ตื่นเต้นโคตร!!
แล้วก็ขับรถไปที่ KFC ในรามพอไปถึง เดินเข้าร้าน
คนมองกันเป็นตาเดียวอีกแล้ว (มองตั้งแต่ลงรถแล้วล่ะ)
แล้วก็รู้สึกจะสั่งชุด 299 มั้งและเพิ่มเครื่องดื่ม
จำได้ว่าพี่ยุ้ยสั่งน้ำส้มแฟนต้า มิรินด้า เซเว่นอัพ อะไรสักอย่าง
แต่ไปๆมาๆ กลับเห็นว่าพี่ยุ้ยกินน้ำเปล่า (แอบงง) 555
ส่วนไก่ รู้สึกพี่ยุ้ยจะกิน ไก่แซ่บ(องเล็ก)ไป 2 กับน่องใหญ่ ต้นตำหรับไป 1
แต่รู้สึกจะประทับใจกับ "ชีสซี่ฟรายด์" มาก(เจ้ได้กินสมใจแล้ว)
พอกินเข้าไปคำแรก ก็พูดขึ้นมาว่า "อื้มม....อร่อยยย" :P
จริงๆเลย เราก็เลยยิ้มแบบขำๆ พี่ยุ้ยเลยแซว "เอ้า...เมย์ยิ้ม..เมย์ยิ้ม"
ระหว่างที่กินก็คุยเรื่องสัพเพเหระต่างๆ พอดีเรานั่งตรงข้าม
เห็นตาแดงๆก็คิดว่าอดนอนแหงเลย
เลยถาม "พี่ยุ้ยตาแดงจัง อดนอนหรอคะ"
แต่...พี่ยุ้ยกลับหัวเราะ ยิ้มๆ แล้วบอก
"เป็นตาแดงน่ะจ้ะ ติดกันเป็นทั้งบ้านเลย เพราะน้ำท่วม"
เราก็ "ฮ้า..ตาแดง" พี่เค้าเลยบอกอีกว่า
"เนี่ยดูเหมือนพี่ปิ้ดก็ติดด้วย เห็นว่าเริ่มเจ็บๆคันๆตาแล้ว"
ว่าแล้วก็ขำกัน (ซะงั้น)
จากนั้นเราก็เลยได้โอกาสบอก ว่าเราจะไปเรียนต่อแล้ว
พี่ยุ้ยก็เลยถาม"อ้าว..ไหนว่าไม่ไปแล้วไง"(แอบดีใจนะเนี่ยที่จำได้)
เราเลยบอกว่า "คุณแม่จัดการน่ะค่ะ"
พี่เค้าเลยถามต่อว่า "หรอ..แล้วไปนานมั้ย"
เราเลยตอบว่า "ราวๆ 2 ปีครึ่งค่ะ"
พี่ยุ้ยเลยถามต่อประมาณว่า ไปแล้วกะไปอยู่เลยมั้ย
หุหุ เราก็เลยบอกว่า "ต้องดูไปก่อนน่ะค่ะ"
แล้วมีพี่คนนึงในกลุ่มถาม ว่าเราไปประเทศอะไร
(พี่ยุ้ยก็เค้านึกว่าไปอเมริกาอีกมั้ง)
เราก็เลยตอบว่าไป "ออสเตรเลีย".. เท่านั้นแหละ...
พี่ยุ้ยก็บอก "อ้อ ออสสเตรเลีย..เนี่ย..น้องพี่ปิ้ดเรียนอยู่ที่นั่นตั้งหลายคน
ยังชวนพี่ปิ้ดให้ลงไปเที่ยวอยู่เลย เสียแต่พี่ปิ้ดยังไม่มีเวลา"
เราก็เลยบอก ออสเตรเลีย เมื่องสวยค่ะ
พี่ยุ้ยเลยต่ออีกว่า "ใช่ๆ พี่เคยไปถ่ายแบบครั้งนึง เสียดาย
ที่ตอนนั้นมีเวลาน้อย แล้วก็ไม่ค่อยสบาย เลยไม่ค่อยได้เที่ยว
ถ้าเมย์ไปแล้ว ก็คอยติดต่อมาบ้างนะ ถ้าพี่ได้ไปเมื่อไรนะ พี่จะโทรไปหาเมย์
ให้เมย์พาเที่ยวเลย..." (แล้วก็หัวเราะกัน) พี่ยุ้ยเลยโดนพวกเราแซว
"ฮั่นแน่...กะวางแผนนะเนี่ยพี่ยุ้ย มีแผนล่ะสิ" 55555
แล้วเราเลยบอกว่า "ได้เลยค่ะถ้าพี่ยุ้ยมาเที่ยวนะ เมย์จะเป็นไกด์พาเที่ยวเลย"
(แอบดีใจอ่ะ เพราะตอนไปเมกาคราวที่แล้วไม่แฮปปี้แบบนี้เลย)
แล้วพี่ยุ้ยก็ถามว่าแล้วเราไปเมื่อไร ก็เลยบอกว่า "ปลายเดือนนี้ค่ะ 28 ตุลาค่ะ"
จากนั้นก็ถามอีกว่าไปเรียนอะไร ก็เลยตอบว่า
ครึ่งปีแรกเรียนภาษาก่อนค่ะ จากนั้นก็เรียนคอมค่ะ
พี่ยุ้ยก็ "อื้ม..เรียนคอม"
แล้วก็พอดีมีคนถามเรื่องอื่นมาพอดี เลยคุยกันเรื่องอื่นต่อ...
แต่แค่นี้เราก็แฮปปี้แล้วว โคตรรรรร 555
พอกินเสร็จก็ออกไปถ่ายรูปหน้าร้าน KFC ถ่ายมา 5 รูปได้
แล้วก็ติดรถพี่ยุ้ยไปลง หน้า เมเจอร์ฮอลิวู้ด
ระหว่างทางก็คุยเรื่องรถใหม่กันเลยพูดถึงว่า
"บ้านพี่ปิ้ดน่ะรู้สึกจะมีรถเยอะ" เราเลยพูดลอยๆว่า
"บ้านเมย์ก็รถเยอะ แต่ขับไม่ได้สักคัน" ..ฮาากันทั้งรถ
แล้วพี่ยุ้ยเลยบอกอีกว่า "วันนั้นนะพี่ปิ้ดเค้าติดเครื่องไว้
แล้วไม่ทันมองว่าเกียร์มันอยู่ที่ตัว D (เกียร์ออโต้)
(รถจอดอยู่ในบ้านนะ) ทีนี้พี่ปิ้ดก็ลงรถ(เหมือนว่าจะไปเอาของในบ้าน)
แล้วทีนี้รถก็เลยเลื่อน พี่เค้าเลยตกใจเลยสอดขาเข้ามาจะเหยียบเบรค
แต่เหยียบผิด ดันเป็นคันเร่ง ก็เลยชนรถพ่อเค้าที่จอดอยู่ข้างหน้า
ซะพังไปเลย แล้วรถพี่ปิ้ด ก็รู้สึกจะไปเกยกับกำแพงบ้าน เสียหายไปเยอะเลย"
โอวว ฟังจบก็ตะลึงกันไปเลย...เราเลยพูดขึ้นว่า "อันตรายมากเลยนะคะเนี่ย"
พี่ยุ้ยเลยตอบว่า "ใช่...ใช่" แล้วเราเลยพูดขึ้นว่า "ยังดีนะคะที่ไม่ใช่แบบ
เกียร์หล่นแล้วไปเปิดประตูบ้าน อันนั้นนี่แบบอันตรายมากๆ"
พี่ยุเลยบอกแบบเห็นด้วยว่า "ใช่ๆ อันตรายมากอันนั้น แบบพี่ต้น"
(ต้น..ไหนหว่าแอบงง) 5555 เสร็จแล้วพอใกล้ถึงหน้า "เมเจอร์ ฮอลิวู้ด"
ไอ้เราด้วยความเคยตัว เลยหันไปแล้วพูดว่า
"พี่ยุ้ยสวัสดีค่ะ ขอบคุณพี่ยุ้ยมากๆค่ะ"
(มันเคยตัวเวลาพ่อไปส่ง ต้องสวัสดีพ่อก่อนลงรถ)
5555ลึกๆแล้วแอบเหวอเองนะเนี่ย แต่พี่ยุ้ยดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตุ
555 พี่ยุ้ยเลยบอกว่า "เมย์...ถ้าใกล้ๆจะไปแล้วเมจเสจบอกพี่ด้วยนะ"
(โอ้ยยยย ดีใจจจจ โคตรรร มีแต่เรื่องน่าดีใจ) เราเลยตอบว่า"ค่ะ ได้ค่ะ"
จากนั้นก็ลงรถ ลาพี่ยุ้ย ............จบค่ะ




ปล. ดีใจอ่ะที่ได้มีโอกาสคุยได้กินข้าวกับพี่เค้าก่อนไป
ปล. ตกลงว่าตอนนี้พี่เค้าหนัก 49.5 ..กิโล..(ก็กะลังดีน้า อิอิ)
ปล. เป็นตาแดง..ก็หายไวไวนะคะ
----------จบแล้วจ้า-----------
วันนี้ได้ไปหาพี่ยุ้ยมาอีกแล้ว โชคดีมากๆที่ได้เจอด้วย
ขอบอกไว้ก่อนว่ายาวมาก เพราะเก็บมาเกือบทุกประโยค
(สมองคนเราช่างมหัศจรรย์จริงๆ..O_o!!)
ถ้าไม่ได้ชอบก็ไม่ต้องอ่านก็ได้ค่ะ แต่ขอบอกนิดนึง
ว่าถ้าไม่อ่านแล้วเม้นท์ เราก็เม้นท์กลับให้นะ
แต่เราก็จะไม่อ่านไดคุณเหมือนกัน โอเคนะคะ
แต่ถ้าคนที่อ่าน ก็ขอขอบพระคุณล่วงหน้าเลยค่ะที่ทนอ่านจบ
แล้วไม่ว่าไดคุณจะยาวแค่ไหนเราก็จะอ่านจนจบจ้ะ
มิสจ้า
บ่ายโมงครึ่งก็ออกจากบ้าน
ขับรถป้อป วนไปซื้อขาไก่เจ้าอร่อยก่อน 555
ซื้อมา 2 ถุง 40 บาทกะว่าจะเอาไปฝากพี่ยุ้ย
(เจ้านี้เค้าดังและอร่อยจริงๆนะ)
จากนั้นก็ไปม.ราม นัทพี่อุยกับพี่ออนไว้ พอไปถึง ก็เดินไปตึก VPB
เดินไปก็ไม่เจอคนที่นัดไว้เลยโทรไปหา ปรากฎอยู่โรงอาหารกัน
เลยเดินไปนั่งสมทบ แล้วก็ถามพี่อุยว่า "พี่ยุ้ยมามั้ยคะ"
พี่อุยก็ไม่รู้ว่ามารึเปล่า เลยเอาโทรศพท์เราโทรไปหาพี่หน่อย
(พี่สาวพี่ยุ้ย) พี่หน่อยบอกว่าออกไปข้างนอกอ่ะ น้องแนนไปด้วย(หลาน)
เลยคิดว่าคงมาสอบ จากนั้นก็เลยเดินหารถ ปรากฎหาไม่เจอ
(ม.รามมันกว้างนะเคอะ) 555 เลยเดินกลับมาที่ตึกก่อนที่พี่ยุ้ยจะลงมา
เราเลยแยกกันกับพี่อุยไปยืนกันคนละฝั่งทางลง (ยังกะโปลิสจับขโมย)
5555 พอออดดังไม่นานพี่ยุ้ยก็เดินสวยลงมาพร้อมกับกำลังโทรศัพท์
แฮ่ๆๆ ถึงตอนนี้นะ น่ารักโคตรรรรรร >o<!! สวยโคตรร >o<!!
แล้วก็เลยเดินตามพี่ยุ้ยไปหาน้องแนน ที่นั่งอยู่อีกโต๊ะ ที่ไกลออกไป
ระหว่างที่เดินเราก็กดโทรศัพตามพี่อุยกะพี่ออน พอเงยหน้าขึ้นมา...
ก็ต้องต้กกะใจ เพราะสายตา ในระยะ 180 องศา หันมามองตรงจุด
ที่เรากะลังเดินเป็นจุดเดียว ...ก็มองพี่ยุ้ยน่ะแหละ
แต่พอดีเราห่างกะพี่ยุ้ยแค่ราวๆก้าวครึ่งไง...ก็เหวอเลยสิคะ
(เดินตามหลังคนสวยก็เขินนะ)
จากนั้นก็เดินไปที่รถที่จอดอยู่ ซึ่ง!!!! ไกลมาก
(มิน่าล่ะ ตอนแรกถึงเดินหากันไม่เจอ) 555
จากนั้นพี่ยุ้ยเลยถามว่า "พวกเรามีธุระจะไปไหนกันรึเปล่า"
ไอ้เราก็อ้ำอึ้ง พี่ออนเลยถามว่า "พี่ยุ้ยจะพาไปไหนหรือคะ"
(ได้ใจอ่ะ ถามตรงดี) พี่ยุ้ยเลยบอกว่า
"ก็ถ้าไม่มีธุระกัน พี่จะพาไปเลี้ยง KFC"
โหยย แอบกรี้ดในใจ ตื่นเต้นๆ จะได้อยู่กับพี่ยุ้ยนานขึ้น
แล้วพี่เค้าพูดต่ออีกว่า "หรือพวกเราอยากกินข้าวแกงกัน"
พวกเราก็บอกประมาณว่า..แล้วแต่พี่ยุ้ยสิ
แล้วเราเองก็เลยพูดต่อพร้อมกับยิ้มๆว่า
"แต่เมย์รู้ว่าพี่ยุ้ยชอบกินไก่(KFC)" (อิอิ)
พี่ยุ้ยก็ยิ้มๆแล้วบอก "ช่าย พี่ชอบ.." แล้วทำหน้าแบบนึกแล้วอยากิน
(น่าร้ากโคตร) แล้วพี่ยุ้ยก็บอกต่ออีกว่า "ยังไม่ได้ลองไอ้ที่ออกใหม่เลย"
"ชีสซี่ฟรายด์น่ะ น่าลองๆ" เราเลยหัวเราะ 555555
จากนั้นพอไปถึงรถ พี่ยุ้ยก็บอกหลานให้นั่งข้างหลังก่อน
(เพราะเราตัวใหญ่น่ะ) เดี๋ยวข้างหลังจะเบียดมาก
แต่แอบดีใจนะเนี่ย ได้นั่งข้างๆพี่ยุ้ย โอ้ย ตื่นเต้นโคตร!!
แล้วก็ขับรถไปที่ KFC ในรามพอไปถึง เดินเข้าร้าน
คนมองกันเป็นตาเดียวอีกแล้ว (มองตั้งแต่ลงรถแล้วล่ะ)
แล้วก็รู้สึกจะสั่งชุด 299 มั้งและเพิ่มเครื่องดื่ม
จำได้ว่าพี่ยุ้ยสั่งน้ำส้มแฟนต้า มิรินด้า เซเว่นอัพ อะไรสักอย่าง
แต่ไปๆมาๆ กลับเห็นว่าพี่ยุ้ยกินน้ำเปล่า (แอบงง) 555
ส่วนไก่ รู้สึกพี่ยุ้ยจะกิน ไก่แซ่บ(องเล็ก)ไป 2 กับน่องใหญ่ ต้นตำหรับไป 1
แต่รู้สึกจะประทับใจกับ "ชีสซี่ฟรายด์" มาก(เจ้ได้กินสมใจแล้ว)
พอกินเข้าไปคำแรก ก็พูดขึ้นมาว่า "อื้มม....อร่อยยย" :P
จริงๆเลย เราก็เลยยิ้มแบบขำๆ พี่ยุ้ยเลยแซว "เอ้า...เมย์ยิ้ม..เมย์ยิ้ม"
ระหว่างที่กินก็คุยเรื่องสัพเพเหระต่างๆ พอดีเรานั่งตรงข้าม
เห็นตาแดงๆก็คิดว่าอดนอนแหงเลย
เลยถาม "พี่ยุ้ยตาแดงจัง อดนอนหรอคะ"
แต่...พี่ยุ้ยกลับหัวเราะ ยิ้มๆ แล้วบอก
"เป็นตาแดงน่ะจ้ะ ติดกันเป็นทั้งบ้านเลย เพราะน้ำท่วม"
เราก็ "ฮ้า..ตาแดง" พี่เค้าเลยบอกอีกว่า
"เนี่ยดูเหมือนพี่ปิ้ดก็ติดด้วย เห็นว่าเริ่มเจ็บๆคันๆตาแล้ว"
ว่าแล้วก็ขำกัน (ซะงั้น)
จากนั้นเราก็เลยได้โอกาสบอก ว่าเราจะไปเรียนต่อแล้ว
พี่ยุ้ยก็เลยถาม"อ้าว..ไหนว่าไม่ไปแล้วไง"(แอบดีใจนะเนี่ยที่จำได้)
เราเลยบอกว่า "คุณแม่จัดการน่ะค่ะ"
พี่เค้าเลยถามต่อว่า "หรอ..แล้วไปนานมั้ย"
เราเลยตอบว่า "ราวๆ 2 ปีครึ่งค่ะ"
พี่ยุ้ยเลยถามต่อประมาณว่า ไปแล้วกะไปอยู่เลยมั้ย
หุหุ เราก็เลยบอกว่า "ต้องดูไปก่อนน่ะค่ะ"
แล้วมีพี่คนนึงในกลุ่มถาม ว่าเราไปประเทศอะไร
(พี่ยุ้ยก็เค้านึกว่าไปอเมริกาอีกมั้ง)
เราก็เลยตอบว่าไป "ออสเตรเลีย".. เท่านั้นแหละ...
พี่ยุ้ยก็บอก "อ้อ ออสสเตรเลีย..เนี่ย..น้องพี่ปิ้ดเรียนอยู่ที่นั่นตั้งหลายคน
ยังชวนพี่ปิ้ดให้ลงไปเที่ยวอยู่เลย เสียแต่พี่ปิ้ดยังไม่มีเวลา"
เราก็เลยบอก ออสเตรเลีย เมื่องสวยค่ะ
พี่ยุ้ยเลยต่ออีกว่า "ใช่ๆ พี่เคยไปถ่ายแบบครั้งนึง เสียดาย
ที่ตอนนั้นมีเวลาน้อย แล้วก็ไม่ค่อยสบาย เลยไม่ค่อยได้เที่ยว
ถ้าเมย์ไปแล้ว ก็คอยติดต่อมาบ้างนะ ถ้าพี่ได้ไปเมื่อไรนะ พี่จะโทรไปหาเมย์
ให้เมย์พาเที่ยวเลย..." (แล้วก็หัวเราะกัน) พี่ยุ้ยเลยโดนพวกเราแซว
"ฮั่นแน่...กะวางแผนนะเนี่ยพี่ยุ้ย มีแผนล่ะสิ" 55555
แล้วเราเลยบอกว่า "ได้เลยค่ะถ้าพี่ยุ้ยมาเที่ยวนะ เมย์จะเป็นไกด์พาเที่ยวเลย"
(แอบดีใจอ่ะ เพราะตอนไปเมกาคราวที่แล้วไม่แฮปปี้แบบนี้เลย)
แล้วพี่ยุ้ยก็ถามว่าแล้วเราไปเมื่อไร ก็เลยบอกว่า "ปลายเดือนนี้ค่ะ 28 ตุลาค่ะ"
จากนั้นก็ถามอีกว่าไปเรียนอะไร ก็เลยตอบว่า
ครึ่งปีแรกเรียนภาษาก่อนค่ะ จากนั้นก็เรียนคอมค่ะ
พี่ยุ้ยก็ "อื้ม..เรียนคอม"
แล้วก็พอดีมีคนถามเรื่องอื่นมาพอดี เลยคุยกันเรื่องอื่นต่อ...
แต่แค่นี้เราก็แฮปปี้แล้วว โคตรรรรร 555
พอกินเสร็จก็ออกไปถ่ายรูปหน้าร้าน KFC ถ่ายมา 5 รูปได้
แล้วก็ติดรถพี่ยุ้ยไปลง หน้า เมเจอร์ฮอลิวู้ด
ระหว่างทางก็คุยเรื่องรถใหม่กันเลยพูดถึงว่า
"บ้านพี่ปิ้ดน่ะรู้สึกจะมีรถเยอะ" เราเลยพูดลอยๆว่า
"บ้านเมย์ก็รถเยอะ แต่ขับไม่ได้สักคัน" ..ฮาากันทั้งรถ
แล้วพี่ยุ้ยเลยบอกอีกว่า "วันนั้นนะพี่ปิ้ดเค้าติดเครื่องไว้
แล้วไม่ทันมองว่าเกียร์มันอยู่ที่ตัว D (เกียร์ออโต้)
(รถจอดอยู่ในบ้านนะ) ทีนี้พี่ปิ้ดก็ลงรถ(เหมือนว่าจะไปเอาของในบ้าน)
แล้วทีนี้รถก็เลยเลื่อน พี่เค้าเลยตกใจเลยสอดขาเข้ามาจะเหยียบเบรค
แต่เหยียบผิด ดันเป็นคันเร่ง ก็เลยชนรถพ่อเค้าที่จอดอยู่ข้างหน้า
ซะพังไปเลย แล้วรถพี่ปิ้ด ก็รู้สึกจะไปเกยกับกำแพงบ้าน เสียหายไปเยอะเลย"
โอวว ฟังจบก็ตะลึงกันไปเลย...เราเลยพูดขึ้นว่า "อันตรายมากเลยนะคะเนี่ย"
พี่ยุ้ยเลยตอบว่า "ใช่...ใช่" แล้วเราเลยพูดขึ้นว่า "ยังดีนะคะที่ไม่ใช่แบบ
เกียร์หล่นแล้วไปเปิดประตูบ้าน อันนั้นนี่แบบอันตรายมากๆ"
พี่ยุเลยบอกแบบเห็นด้วยว่า "ใช่ๆ อันตรายมากอันนั้น แบบพี่ต้น"
(ต้น..ไหนหว่าแอบงง) 5555 เสร็จแล้วพอใกล้ถึงหน้า "เมเจอร์ ฮอลิวู้ด"
ไอ้เราด้วยความเคยตัว เลยหันไปแล้วพูดว่า
"พี่ยุ้ยสวัสดีค่ะ ขอบคุณพี่ยุ้ยมากๆค่ะ"
(มันเคยตัวเวลาพ่อไปส่ง ต้องสวัสดีพ่อก่อนลงรถ)
5555ลึกๆแล้วแอบเหวอเองนะเนี่ย แต่พี่ยุ้ยดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตุ
555 พี่ยุ้ยเลยบอกว่า "เมย์...ถ้าใกล้ๆจะไปแล้วเมจเสจบอกพี่ด้วยนะ"
(โอ้ยยยย ดีใจจจจ โคตรรร มีแต่เรื่องน่าดีใจ) เราเลยตอบว่า"ค่ะ ได้ค่ะ"
จากนั้นก็ลงรถ ลาพี่ยุ้ย ............จบค่ะ




ปล. ดีใจอ่ะที่ได้มีโอกาสคุยได้กินข้าวกับพี่เค้าก่อนไป
ปล. ตกลงว่าตอนนี้พี่เค้าหนัก 49.5 ..กิโล..(ก็กะลังดีน้า อิอิ)
ปล. เป็นตาแดง..ก็หายไวไวนะคะ
----------จบแล้วจ้า-----------
อัพอีกแว้ว
อัพไปก็ไม่มีคนมาเม้นท์หรอกก 555 แต่ช่างเถอะอยากทำ..
เอาเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ดีก่า
เช้าวันอาทิตย์ ก็เหมือนทุกๆวันคือ
ต้องตื่นไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ
แต่กลับตื่นเช้าขึ้นล่ะ เพราะแม่รีบปลุก 555
แล้วจะให้พ่อไปส่ง
น้องชายโดนว่าเล็กน้อย เพราะดันตื่นสาย 555
เซ็งแทน
พ่อด่าแม่อีกแล้ว โอ้ยยย...ทำไมต้องด่ากรอกหูเราด้วยเนี่ย
เฮ้อ..
อารมณ์เสียนิดหน่อย เพราะเริ่มโตแล้ว เลยเข้าใจว่า
ไม่ควรนำมาใส่ใจ
มันก็เป็นเรื่องปกติ...
ได้แต่คิดว่า เมื่อไรเราเราจะพร้อม
แล้วทำให้แม่สบายสักที ~o~!!
จากนั้นตอนเที่ยงพอเรียนเสร็จ
แม่ก็มารับน้องไปเรียนอีกที่
ส่วนเรา...โหะๆ ก็มีนัดกับ นู๋นัท
ไปงานโชว์ตัวพี่ยุ้ยที่พิพิธพันธ์เด็ก
นู๋นัทไม่ยอมรอตามที่ตกลง
เราเลยต้องค้นคว้าหาทางไปเอง
เฮ้อ....เกือบหลงทาง แต่ก็ม่ะหลงร้อกก....จิ้บๆ
5555
ไปถึงเพื่อนที่อยู่คลับพี่นิหน่า ชื่อชุ
เค้าพาน้องมาเที่ยวพอดี
ชุก็บอกว่า
พี่ยุ้ยกำลังจะไปแล้ว(ไปอีกเวทีแต่ดันไม่ได้บอก) 555
ไอ้เราก็เอ๋อดิ ว่าอ้าวว
ไปเร็วจังเลย เลยคว้ากล้องถ่ายรูป
ไปลั่นชัตเตอร์ ที่หลังเวที
ทำตัวเนียนกับพวกสต้าฟที่งานซะงั้น เอิ้กๆ
จากนั้นสักพักพอมีโอกาสที่จะได้คุย
พี่ยุ้ยก็รีบทักเราเลยว่า
"เป็นไงมั่ง คิดถึงจัง" ส่วนเราก็ไหว้
"พี่ยุ้ยสวัสดีค่ะ"
พี่ยุ้ยก็จะต้องเดินสวนเราพอดี
เลยเดินเข้ามาจับแขน
(เหมือนการจับไม้จับมือน่ะ)
พร้อมพูดอีกครั้งว่า
"คิดถึงจังเลย"
แล้วทำหน้าแบบคิดถึงจริงๆ
ใครได้เห็นหน้าแบบนั้น รับรองแพ้ใจทุกราย
5555
แล้วพี่ยุ้ยจึงพูดต่อเบาๆอีกว่า "เดี๋ยวไปเจอกันเวทีนู้นนะ"
พูดซ้ำอยู่
2 รอบ (เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้ยินมั้ง 55)
เพราะตอนนั้นหน้าเราก็เอ๋อๆ
ไปแล้ว
มัวแต่ตะลึง เพราะตอนนั้นมันมึนๆอ่ะ
ไหนจะหน้าแบบนั้นอีก 5555
แล้วก็สังเกตุได้ว่า
พี่ยุ้ย...ผอม... ตัวเล็กจัง (เหมือนผอมลง) นะเนี่ย
พี่ยุ้ยบอกเสร็จก็เดินเข้าประตูไปพอดี
ไอ้เราก็งงว่า อ้าว!!!
แล้วอีกเวที..มันอยู่ไหนล่ะนั่น
ก็เลยเดินกลับไปหาชุที่ล่างเวที
ชุเลยบอก...
มันมีอีกเวทีอ่ะ ให้รีบไปเร็วเข้า....
คาดว่าคงอยู่ในตึก
เราเลยวิ่งหาทางเข้า
เพราะทางที่พี่ยุ้ยเข้าไป มันเขียน ห้ามเข้า
555
พอเจอทางเข้าก็เหวอ
เพราะไม่มีเวทีแต่เป็นตึกธรรมดา
มีเด็กๆกะผู้ปกครองเดินกันขวักไขว่ทีเดียว
มองไปพลางเดินไปก็เห็นทางออกอีกทาง
เลยเดินออกทางออกนั้น
ก็เห็นเวทีล่ะ
นึกในใจ (เวทีกลางแจ้งอีกแล้วหรอเนี่ย)
5555
มันร้อน....จริงๆสถานที่น่ะไม่ร้อนหรอก
อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่แล้วมันยังเป็นซุ้มมีหลังคาด้วย
แต่อากาศกับแรงแดดน่ะ
ร้อนมาก เหอๆๆ
ขนาดพยายามนั่งให้นิ่งมากๆ
เหงื่อยังซึมเลย
ก็เจอนัท...เลยไปนั่งหน้าเวทีเลย
ขอย้ำว่าหน้าจิงๆ
เพราะเก้าอี้น่ะมันมี 2 แถว
แต่พวกเราอ่ะ แถวที่ 0 นั่งพื้นเลยเจ้าค่ะ
ได้ใจโคตร
ดีว่าเป็นเวทีเล็กและก็ไม่สูง
แถมยังใกล้ที่นั่งโคตร ห่างกัน
ก้าวครึ่งเอง อิอิ
แล้วก็เม้าท์แตกกันมากมาย
แถมยังโดนพิธีกรแซวอีกว่ากลุ่มนี้หน้าคุ้นๆนะเนี่ย 55
คุณสัตตะกมล
วรกุล นั้นเอง...เจอกันบ่อยซะงั้น 555
จากนั้นพอ
พี่ยุ้ยออกมาก็ถ่ายรูปกันใหญ่
หันหลังไปอีกทีก็ต้องร้อง...เฮ้ย!!!
คนมาจากไหนกันมากมายยืนกันแน่นมากๆ
จากเมื่อกี้โล่งๆ
เหอๆๆ มาดูดารากันนั่นเอง
ฮากันไป
พี่ยุ้ยมาโชว์และสอนเกี่ยวกับเรื่องบทบู้
ก็กลายเป้นการสอนการป้องกันตัวน่ะเอง
ไม่อยากจะบอกเลยว่า
พวกเราดูไปก็..
ซุบซิบนินทาเจ้เค้ายกใหญ่
ก็มันขำจริงๆนี่นา
เพราะท่าทางพี่ยุ้ยเค้าเอาจริงเอาจังมาก
...
มากโคตรขนาดว่า ถ้าไม่ได้เป็นอาชีพนักแสดงแล้ว
คาดว่าเจ้จะไปสอนมวยได้
...55555555
ไอ้เราดูไปก็ขำพยามกลั้นยิ้มก็แล้ว
และไม่รู้ว่าเพราะพี่เค้าเห็นหน้าเราจะขำรึเปล่า
แว่บนึงเหมือนเห็นเค้าก็จะขำตาม
(ในขณะที่ตัวเองโชว์อยู่น่ะแหละ)
แต่ก็เปลี่ยนไปเป็นยิ้ม(แก้เขิน)
พอจบงาน
พวกเราก็เลยมุดๆๆ ออกมาจากซุ้มเวทีนั่น
แล้วก็ไปรอพี่ยุ้ยที่รถเค้า
ไปพร้อมกับหลานๆพี่ยุ้ยเลย
แล้วสักพักพี่ยุ้ยก็ตามออกมา
พี่ยุ้ยก็เลยเดินไปสตาร์ทรถให้หลานๆเข้าไปนั่งรอก่อน
แล้วตัวเองก็ออกมาคุยกับพวกเรา
ท่ามกลางแดด บ่าย 3 !!
พี่ยุ้ยก็เลยชวนถ่ายรูป (ย้ำอีกครั้งว่ากลางแดดบ่าย 3
!!)
55555 แต่แดดก็แดดเถอะว้าไม่สนแล้ว
พี่ยุ้ยชวนทั้งที
ก็เลยได้รูปคู่พี่ยุ้ยไปกันคนละใบ สองใบ
เป็นปลื้มกันเป็นแถว
แล้วพอพี่ยุ้ยเห็นหน้าเรา(อีกครั้ง)
ก็พูดว่า "เอ้อ..เมย์
วันนั้นที่เมย์ไปหาพี่แล้วพี่ไม่ได้รอน่ะจ้ะ
พี่ขอโทษด้วยนะ.."
แต่ยังไม่ทันพูดจบหรอก ด้วยความที่เราตกใจ
เลยพูดแทรกขึ้นว่า "อ้อ...อ่ออ
ไม่เป็นไรค่ะๆ เมย์เข้าใจค่ะว่าพี่มีธุระ
เมย์เข้าใจจริงๆค่ะ.." ..อยากบอกว่า
เรื่องที่ว่านี่ก็น่าจะเดือนกว่าได้แล้ว
พี่ยุ้ยยังจำได้ ยังนึกถึง
...มันน่าดีใจน้า เพราะเค้าพบเจอคนตั้งมากมาย
แต่ยังจำได้ด้วย
..วันนั้นจริงๆเราก็เฮิร์ทนะที่ไปแล้วไม่ได้เจอ
มันเฮิร์ทลึกๆอ่ะ แต่เราก็ผิด
ที่ออกจากบ้านสายแล้วยังไปรอผิดตึกอีก
ก็เลยไม่่ได้เจอ
มันไม่ใช่เรื่องที่พี่เค้าจะต้องมาขอโทษเลย
(รู้สึกผิดจริงๆ)
แต่เราก็กลับดีใจที่ตอนนี้พี่เค้าพูดถึง
แอบตื้นตันใจลึกๆ
..เราเองก็ไม่ใช่หน้าม้ามาโฆษณาพี่เค้าหรอก
การที่ได้สัมผัสเองมันรู้สึกดีกว่ากันเยอะ
^^
สรุปว่า..วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันที่มีความสุขมากๆเลยทีเดียว
แม้ว่าจะมีเรื่องไม่สบายใจบ้าง
แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนดีเท่าเรื่องพี่ยุ้ยแล้วล่ะ
ปล.
ดีใจมากๆที่พี่ยุ้ยบอกว่าคิดถึง เพราะเราเองก็คิดถึงทุกวันเลย
ปล.
ดีใจมากๆที่พี่ก็ยังไม่เคยลืมเมย์ไปแม้จะไม่ได้เจอ
ปล. อีกไม่กี่ 10
วันเมย์ก็จะไปแล้ว...ยังไม่ได้บอกพี่เลย...
ปล.
ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็จะคิดถึงเสมอๆนะคะ

วันนี้ได้ไปหาพี่ยุ้ยมาอีกแล้ว โชคดีมากๆที่ได้เจอด้วย
ขอบอกไว้ก่อนว่ายาวมาก เพราะเก็บมาเกือบทุกประโยค
(สมองคนเราช่างมหัศจรรย์จริงๆ..O_o!!)
ถ้าไม่ได้ชอบก็ไม่ต้องอ่านก็ได้ค่ะ แต่ขอบอกนิดนึง
ว่าถ้าไม่อ่านแล้วเม้นท์ เราก็เม้นท์กลับให้นะ
แต่เราก็จะไม่อ่านไดคุณเหมือนกัน โอเคนะคะ
แต่ถ้าคนที่อ่าน ก็ขอขอบพระคุณล่วงหน้าเลยค่ะที่ทนอ่านจบ
แล้วไม่ว่าไดคุณจะยาวแค่ไหนเราก็จะอ่านจนจบจ้ะ
มิสจ้า
บ่ายโมงครึ่งก็ออกจากบ้าน
ขับรถป้อป วนไปซื้อขาไก่เจ้าอร่อยก่อน 555
ซื้อมา 2 ถุง 40 บาทกะว่าจะเอาไปฝากพี่ยุ้ย
(เจ้านี้เค้าดังและอร่อยจริงๆนะ)
จากนั้นก็ไปม.ราม นัทพี่อุยกับพี่ออนไว้ พอไปถึง ก็เดินไปตึก VPB
เดินไปก็ไม่เจอคนที่นัดไว้เลยโทรไปหา ปรากฎอยู่โรงอาหารกัน
เลยเดินไปนั่งสมทบ แล้วก็ถามพี่อุยว่า "พี่ยุ้ยมามั้ยคะ"
พี่อุยก็ไม่รู้ว่ามารึเปล่า เลยเอาโทรศพท์เราโทรไปหาพี่หน่อย
(พี่สาวพี่ยุ้ย) พี่หน่อยบอกว่าออกไปข้างนอกอ่ะ น้องแนนไปด้วย(หลาน)
เลยคิดว่าคงมาสอบ จากนั้นก็เลยเดินหารถ ปรากฎหาไม่เจอ
(ม.รามมันกว้างนะเคอะ) 555 เลยเดินกลับมาที่ตึกก่อนที่พี่ยุ้ยจะลงมา
เราเลยแยกกันกับพี่อุยไปยืนกันคนละฝั่งทางลง (ยังกะโปลิสจับขโมย)
5555 พอออดดังไม่นานพี่ยุ้ยก็เดินสวยลงมาพร้อมกับกำลังโทรศัพท์
แฮ่ๆๆ ถึงตอนนี้นะ น่ารักโคตรรรรรร >o<!! สวยโคตรร >o<!!
แล้วก็เลยเดินตามพี่ยุ้ยไปหาน้องแนน ที่นั่งอยู่อีกโต๊ะ ที่ไกลออกไป
ระหว่างที่เดินเราก็กดโทรศัพตามพี่อุยกะพี่ออน พอเงยหน้าขึ้นมา...
ก็ต้องต้กกะใจ เพราะสายตา ในระยะ 180 องศา หันมามองตรงจุด
ที่เรากะลังเดินเป็นจุดเดียว ...ก็มองพี่ยุ้ยน่ะแหละ
แต่พอดีเราห่างกะพี่ยุ้ยแค่ราวๆก้าวครึ่งไง...ก็เหวอเลยสิคะ
(เดินตามหลังคนสวยก็เขินนะ)
จากนั้นก็เดินไปที่รถที่จอดอยู่ ซึ่ง!!!! ไกลมาก
(มิน่าล่ะ ตอนแรกถึงเดินหากันไม่เจอ) 555
จากนั้นพี่ยุ้ยเลยถามว่า "พวกเรามีธุระจะไปไหนกันรึเปล่า"
ไอ้เราก็อ้ำอึ้ง พี่ออนเลยถามว่า "พี่ยุ้ยจะพาไปไหนหรือคะ"
(ได้ใจอ่ะ ถามตรงดี) พี่ยุ้ยเลยบอกว่า
"ก็ถ้าไม่มีธุระกัน พี่จะพาไปเลี้ยง KFC"
โหยย แอบกรี้ดในใจ ตื่นเต้นๆ จะได้อยู่กับพี่ยุ้ยนานขึ้น
แล้วพี่เค้าพูดต่ออีกว่า "หรือพวกเราอยากกินข้าวแกงกัน"
พวกเราก็บอกประมาณว่า..แล้วแต่พี่ยุ้ยสิ
แล้วเราเองก็เลยพูดต่อพร้อมกับยิ้มๆว่า
"แต่เมย์รู้ว่าพี่ยุ้ยชอบกินไก่(KFC)" (อิอิ)
พี่ยุ้ยก็ยิ้มๆแล้วบอก "ช่าย พี่ชอบ.." แล้วทำหน้าแบบนึกแล้วอยากิน
(น่าร้ากโคตร) แล้วพี่ยุ้ยก็บอกต่ออีกว่า "ยังไม่ได้ลองไอ้ที่ออกใหม่เลย"
"ชีสซี่ฟรายด์น่ะ น่าลองๆ" เราเลยหัวเราะ 555555
จากนั้นพอไปถึงรถ พี่ยุ้ยก็บอกหลานให้นั่งข้างหลังก่อน
(เพราะเราตัวใหญ่น่ะ) เดี๋ยวข้างหลังจะเบียดมาก
แต่แอบดีใจนะเนี่ย ได้นั่งข้างๆพี่ยุ้ย โอ้ย ตื่นเต้นโคตร!!
แล้วก็ขับรถไปที่ KFC ในรามพอไปถึง เดินเข้าร้าน
คนมองกันเป็นตาเดียวอีกแล้ว (มองตั้งแต่ลงรถแล้วล่ะ)
แล้วก็รู้สึกจะสั่งชุด 299 มั้งและเพิ่มเครื่องดื่ม
จำได้ว่าพี่ยุ้ยสั่งน้ำส้มแฟนต้า มิรินด้า เซเว่นอัพ อะไรสักอย่าง
แต่ไปๆมาๆ กลับเห็นว่าพี่ยุ้ยกินน้ำเปล่า (แอบงง) 555
ส่วนไก่ รู้สึกพี่ยุ้ยจะกิน ไก่แซ่บ(องเล็ก)ไป 2 กับน่องใหญ่ ต้นตำหรับไป 1
แต่รู้สึกจะประทับใจกับ "ชีสซี่ฟรายด์" มาก(เจ้ได้กินสมใจแล้ว)
พอกินเข้าไปคำแรก ก็พูดขึ้นมาว่า "อื้มม....อร่อยยย" :P
จริงๆเลย เราก็เลยยิ้มแบบขำๆ พี่ยุ้ยเลยแซว "เอ้า...เมย์ยิ้ม..เมย์ยิ้ม"
ระหว่างที่กินก็คุยเรื่องสัพเพเหระต่างๆ พอดีเรานั่งตรงข้าม
เห็นตาแดงๆก็คิดว่าอดนอนแหงเลย
เลยถาม "พี่ยุ้ยตาแดงจัง อดนอนหรอคะ"
แต่...พี่ยุ้ยกลับหัวเราะ ยิ้มๆ แล้วบอก
"เป็นตาแดงน่ะจ้ะ ติดกันเป็นทั้งบ้านเลย เพราะน้ำท่วม"
เราก็ "ฮ้า..ตาแดง" พี่เค้าเลยบอกอีกว่า
"เนี่ยดูเหมือนพี่ปิ้ดก็ติดด้วย เห็นว่าเริ่มเจ็บๆคันๆตาแล้ว"
ว่าแล้วก็ขำกัน (ซะงั้น)
จากนั้นเราก็เลยได้โอกาสบอก ว่าเราจะไปเรียนต่อแล้ว
พี่ยุ้ยก็เลยถาม"อ้าว..ไหนว่าไม่ไปแล้วไง"(แอบดีใจนะเนี่ยที่จำได้)
เราเลยบอกว่า "คุณแม่จัดการน่ะค่ะ"
พี่เค้าเลยถามต่อว่า "หรอ..แล้วไปนานมั้ย"
เราเลยตอบว่า "ราวๆ 2 ปีครึ่งค่ะ"
พี่ยุ้ยเลยถามต่อประมาณว่า ไปแล้วกะไปอยู่เลยมั้ย
หุหุ เราก็เลยบอกว่า "ต้องดูไปก่อนน่ะค่ะ"
แล้วมีพี่คนนึงในกลุ่มถาม ว่าเราไปประเทศอะไร
(พี่ยุ้ยก็เค้านึกว่าไปอเมริกาอีกมั้ง)
เราก็เลยตอบว่าไป "ออสเตรเลีย".. เท่านั้นแหละ...
พี่ยุ้ยก็บอก "อ้อ ออสสเตรเลีย..เนี่ย..น้องพี่ปิ้ดเรียนอยู่ที่นั่นตั้งหลายคน
ยังชวนพี่ปิ้ดให้ลงไปเที่ยวอยู่เลย เสียแต่พี่ปิ้ดยังไม่มีเวลา"
เราก็เลยบอก ออสเตรเลีย เมื่องสวยค่ะ
พี่ยุ้ยเลยต่ออีกว่า "ใช่ๆ พี่เคยไปถ่ายแบบครั้งนึง เสียดาย
ที่ตอนนั้นมีเวลาน้อย แล้วก็ไม่ค่อยสบาย เลยไม่ค่อยได้เที่ยว
ถ้าเมย์ไปแล้ว ก็คอยติดต่อมาบ้างนะ ถ้าพี่ได้ไปเมื่อไรนะ พี่จะโทรไปหาเมย์
ให้เมย์พาเที่ยวเลย..." (แล้วก็หัวเราะกัน) พี่ยุ้ยเลยโดนพวกเราแซว
"ฮั่นแน่...กะวางแผนนะเนี่ยพี่ยุ้ย มีแผนล่ะสิ" 55555
แล้วเราเลยบอกว่า "ได้เลยค่ะถ้าพี่ยุ้ยมาเที่ยวนะ เมย์จะเป็นไกด์พาเที่ยวเลย"
(แอบดีใจอ่ะ เพราะตอนไปเมกาคราวที่แล้วไม่แฮปปี้แบบนี้เลย)
แล้วพี่ยุ้ยก็ถามว่าแล้วเราไปเมื่อไร ก็เลยบอกว่า "ปลายเดือนนี้ค่ะ 28 ตุลาค่ะ"
จากนั้นก็ถามอีกว่าไปเรียนอะไร ก็เลยตอบว่า
ครึ่งปีแรกเรียนภาษาก่อนค่ะ จากนั้นก็เรียนคอมค่ะ
พี่ยุ้ยก็ "อื้ม..เรียนคอม"
แล้วก็พอดีมีคนถามเรื่องอื่นมาพอดี เลยคุยกันเรื่องอื่นต่อ...
แต่แค่นี้เราก็แฮปปี้แล้วว โคตรรรรร 555
พอกินเสร็จก็ออกไปถ่ายรูปหน้าร้าน KFC ถ่ายมา 5 รูปได้
แล้วก็ติดรถพี่ยุ้ยไปลง หน้า เมเจอร์ฮอลิวู้ด
ระหว่างทางก็คุยเรื่องรถใหม่กันเลยพูดถึงว่า
"บ้านพี่ปิ้ดน่ะรู้สึกจะมีรถเยอะ" เราเลยพูดลอยๆว่า
"บ้านเมย์ก็รถเยอะ แต่ขับไม่ได้สักคัน" ..ฮาากันทั้งรถ
แล้วพี่ยุ้ยเลยบอกอีกว่า "วันนั้นนะพี่ปิ้ดเค้าติดเครื่องไว้
แล้วไม่ทันมองว่าเกียร์มันอยู่ที่ตัว D (เกียร์ออโต้)
(รถจอดอยู่ในบ้านนะ) ทีนี้พี่ปิ้ดก็ลงรถ(เหมือนว่าจะไปเอาของในบ้าน)
แล้วทีนี้รถก็เลยเลื่อน พี่เค้าเลยตกใจเลยสอดขาเข้ามาจะเหยียบเบรค
แต่เหยียบผิด ดันเป็นคันเร่ง ก็เลยชนรถพ่อเค้าที่จอดอยู่ข้างหน้า
ซะพังไปเลย แล้วรถพี่ปิ้ด ก็รู้สึกจะไปเกยกับกำแพงบ้าน เสียหายไปเยอะเลย"
โอวว ฟังจบก็ตะลึงกันไปเลย...เราเลยพูดขึ้นว่า "อันตรายมากเลยนะคะเนี่ย"
พี่ยุ้ยเลยตอบว่า "ใช่...ใช่" แล้วเราเลยพูดขึ้นว่า "ยังดีนะคะที่ไม่ใช่แบบ
เกียร์หล่นแล้วไปเปิดประตูบ้าน อันนั้นนี่แบบอันตรายมากๆ"
พี่ยุเลยบอกแบบเห็นด้วยว่า "ใช่ๆ อันตรายมากอันนั้น แบบพี่ต้น"
(ต้น..ไหนหว่าแอบงง) 5555 เสร็จแล้วพอใกล้ถึงหน้า "เมเจอร์ ฮอลิวู้ด"
ไอ้เราด้วยความเคยตัว เลยหันไปแล้วพูดว่า
"พี่ยุ้ยสวัสดีค่ะ ขอบคุณพี่ยุ้ยมากๆค่ะ"
(มันเคยตัวเวลาพ่อไปส่ง ต้องสวัสดีพ่อก่อนลงรถ)
5555ลึกๆแล้วแอบเหวอเองนะเนี่ย แต่พี่ยุ้ยดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตุ
555 พี่ยุ้ยเลยบอกว่า "เมย์...ถ้าใกล้ๆจะไปแล้วเมจเสจบอกพี่ด้วยนะ"
(โอ้ยยยย ดีใจจจจ โคตรรร มีแต่เรื่องน่าดีใจ) เราเลยตอบว่า"ค่ะ ได้ค่ะ"
จากนั้นก็ลงรถ ลาพี่ยุ้ย ............จบค่ะ




ปล. ดีใจอ่ะที่ได้มีโอกาสคุยได้กินข้าวกับพี่เค้าก่อนไป
ปล. ตกลงว่าตอนนี้พี่เค้าหนัก 49.5 ..กิโล..(ก็กะลังดีน้า อิอิ)
ปล. เป็นตาแดง..ก็หายไวไวนะคะ
----------จบแล้วจ้า-----------
อัพอีกแว้ว
อัพไปก็ไม่มีคนมาเม้นท์หรอกก 555 แต่ช่างเถอะอยากทำ..
เอาเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ดีก่า
เช้าวันอาทิตย์ ก็เหมือนทุกๆวันคือ
ต้องตื่นไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ
แต่กลับตื่นเช้าขึ้นล่ะ เพราะแม่รีบปลุก 555
แล้วจะให้พ่อไปส่ง
น้องชายโดนว่าเล็กน้อย เพราะดันตื่นสาย 555
เซ็งแทน
พ่อด่าแม่อีกแล้ว โอ้ยยย...ทำไมต้องด่ากรอกหูเราด้วยเนี่ย
เฮ้อ..
อารมณ์เสียนิดหน่อย เพราะเริ่มโตแล้ว เลยเข้าใจว่า
ไม่ควรนำมาใส่ใจ
มันก็เป็นเรื่องปกติ...
ได้แต่คิดว่า เมื่อไรเราเราจะพร้อม
แล้วทำให้แม่สบายสักที ~o~!!
จากนั้นตอนเที่ยงพอเรียนเสร็จ
แม่ก็มารับน้องไปเรียนอีกที่
ส่วนเรา...โหะๆ ก็มีนัดกับ นู๋นัท
ไปงานโชว์ตัวพี่ยุ้ยที่พิพิธพันธ์เด็ก
นู๋นัทไม่ยอมรอตามที่ตกลง
เราเลยต้องค้นคว้าหาทางไปเอง
เฮ้อ....เกือบหลงทาง แต่ก็ม่ะหลงร้อกก....จิ้บๆ
5555
ไปถึงเพื่อนที่อยู่คลับพี่นิหน่า ชื่อชุ
เค้าพาน้องมาเที่ยวพอดี
ชุก็บอกว่า
พี่ยุ้ยกำลังจะไปแล้ว(ไปอีกเวทีแต่ดันไม่ได้บอก) 555
ไอ้เราก็เอ๋อดิ ว่าอ้าวว
ไปเร็วจังเลย เลยคว้ากล้องถ่ายรูป
ไปลั่นชัตเตอร์ ที่หลังเวที
ทำตัวเนียนกับพวกสต้าฟที่งานซะงั้น เอิ้กๆ
จากนั้นสักพักพอมีโอกาสที่จะได้คุย
พี่ยุ้ยก็รีบทักเราเลยว่า
"เป็นไงมั่ง คิดถึงจัง" ส่วนเราก็ไหว้
"พี่ยุ้ยสวัสดีค่ะ"
พี่ยุ้ยก็จะต้องเดินสวนเราพอดี
เลยเดินเข้ามาจับแขน
(เหมือนการจับไม้จับมือน่ะ)
พร้อมพูดอีกครั้งว่า
"คิดถึงจังเลย"
แล้วทำหน้าแบบคิดถึงจริงๆ
ใครได้เห็นหน้าแบบนั้น รับรองแพ้ใจทุกราย
5555
แล้วพี่ยุ้ยจึงพูดต่อเบาๆอีกว่า "เดี๋ยวไปเจอกันเวทีนู้นนะ"
พูดซ้ำอยู่
2 รอบ (เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้ยินมั้ง 55)
เพราะตอนนั้นหน้าเราก็เอ๋อๆ
ไปแล้ว
มัวแต่ตะลึง เพราะตอนนั้นมันมึนๆอ่ะ
ไหนจะหน้าแบบนั้นอีก 5555
แล้วก็สังเกตุได้ว่า
พี่ยุ้ย...ผอม... ตัวเล็กจัง (เหมือนผอมลง) นะเนี่ย
พี่ยุ้ยบอกเสร็จก็เดินเข้าประตูไปพอดี
ไอ้เราก็งงว่า อ้าว!!!
แล้วอีกเวที..มันอยู่ไหนล่ะนั่น
ก็เลยเดินกลับไปหาชุที่ล่างเวที
ชุเลยบอก...
มันมีอีกเวทีอ่ะ ให้รีบไปเร็วเข้า....
คาดว่าคงอยู่ในตึก
เราเลยวิ่งหาทางเข้า
เพราะทางที่พี่ยุ้ยเข้าไป มันเขียน ห้ามเข้า
555
พอเจอทางเข้าก็เหวอ
เพราะไม่มีเวทีแต่เป็นตึกธรรมดา
มีเด็กๆกะผู้ปกครองเดินกันขวักไขว่ทีเดียว
มองไปพลางเดินไปก็เห็นทางออกอีกทาง
เลยเดินออกทางออกนั้น
ก็เห็นเวทีล่ะ
นึกในใจ (เวทีกลางแจ้งอีกแล้วหรอเนี่ย)
5555
มันร้อน....จริงๆสถานที่น่ะไม่ร้อนหรอก
อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่แล้วมันยังเป็นซุ้มมีหลังคาด้วย
แต่อากาศกับแรงแดดน่ะ
ร้อนมาก เหอๆๆ
ขนาดพยายามนั่งให้นิ่งมากๆ
เหงื่อยังซึมเลย
ก็เจอนัท...เลยไปนั่งหน้าเวทีเลย
ขอย้ำว่าหน้าจิงๆ
เพราะเก้าอี้น่ะมันมี 2 แถว
แต่พวกเราอ่ะ แถวที่ 0 นั่งพื้นเลยเจ้าค่ะ
ได้ใจโคตร
ดีว่าเป็นเวทีเล็กและก็ไม่สูง
แถมยังใกล้ที่นั่งโคตร ห่างกัน
ก้าวครึ่งเอง อิอิ
แล้วก็เม้าท์แตกกันมากมาย
แถมยังโดนพิธีกรแซวอีกว่ากลุ่มนี้หน้าคุ้นๆนะเนี่ย 55
คุณสัตตะกมล
วรกุล นั้นเอง...เจอกันบ่อยซะงั้น 555
จากนั้นพอ
พี่ยุ้ยออกมาก็ถ่ายรูปกันใหญ่
หันหลังไปอีกทีก็ต้องร้อง...เฮ้ย!!!
คนมาจากไหนกันมากมายยืนกันแน่นมากๆ
จากเมื่อกี้โล่งๆ
เหอๆๆ มาดูดารากันนั่นเอง
ฮากันไป
พี่ยุ้ยมาโชว์และสอนเกี่ยวกับเรื่องบทบู้
ก็กลายเป้นการสอนการป้องกันตัวน่ะเอง
ไม่อยากจะบอกเลยว่า
พวกเราดูไปก็..
ซุบซิบนินทาเจ้เค้ายกใหญ่
ก็มันขำจริงๆนี่นา
เพราะท่าทางพี่ยุ้ยเค้าเอาจริงเอาจังมาก
...
มากโคตรขนาดว่า ถ้าไม่ได้เป็นอาชีพนักแสดงแล้ว
คาดว่าเจ้จะไปสอนมวยได้
...55555555
ไอ้เราดูไปก็ขำพยามกลั้นยิ้มก็แล้ว
และไม่รู้ว่าเพราะพี่เค้าเห็นหน้าเราจะขำรึเปล่า
แว่บนึงเหมือนเห็นเค้าก็จะขำตาม
(ในขณะที่ตัวเองโชว์อยู่น่ะแหละ)
แต่ก็เปลี่ยนไปเป็นยิ้ม(แก้เขิน)
พอจบงาน
พวกเราก็เลยมุดๆๆ ออกมาจากซุ้มเวทีนั่น
แล้วก็ไปรอพี่ยุ้ยที่รถเค้า
ไปพร้อมกับหลานๆพี่ยุ้ยเลย
แล้วสักพักพี่ยุ้ยก็ตามออกมา
พี่ยุ้ยก็เลยเดินไปสตาร์ทรถให้หลานๆเข้าไปนั่งรอก่อน
แล้วตัวเองก็ออกมาคุยกับพวกเรา
ท่ามกลางแดด บ่าย 3 !!
พี่ยุ้ยก็เลยชวนถ่ายรูป (ย้ำอีกครั้งว่ากลางแดดบ่าย 3
!!)
55555 แต่แดดก็แดดเถอะว้าไม่สนแล้ว
พี่ยุ้ยชวนทั้งที
ก็เลยได้รูปคู่พี่ยุ้ยไปกันคนละใบ สองใบ
เป็นปลื้มกันเป็นแถว
แล้วพอพี่ยุ้ยเห็นหน้าเรา(อีกครั้ง)
ก็พูดว่า "เอ้อ..เมย์
วันนั้นที่เมย์ไปหาพี่แล้วพี่ไม่ได้รอน่ะจ้ะ
พี่ขอโทษด้วยนะ.."
แต่ยังไม่ทันพูดจบหรอก ด้วยความที่เราตกใจ
เลยพูดแทรกขึ้นว่า "อ้อ...อ่ออ
ไม่เป็นไรค่ะๆ เมย์เข้าใจค่ะว่าพี่มีธุระ
เมย์เข้าใจจริงๆค่ะ.." ..อยากบอกว่า
เรื่องที่ว่านี่ก็น่าจะเดือนกว่าได้แล้ว
พี่ยุ้ยยังจำได้ ยังนึกถึง
...มันน่าดีใจน้า เพราะเค้าพบเจอคนตั้งมากมาย
แต่ยังจำได้ด้วย
..วันนั้นจริงๆเราก็เฮิร์ทนะที่ไปแล้วไม่ได้เจอ
มันเฮิร์ทลึกๆอ่ะ แต่เราก็ผิด
ที่ออกจากบ้านสายแล้วยังไปรอผิดตึกอีก
ก็เลยไม่่ได้เจอ
มันไม่ใช่เรื่องที่พี่เค้าจะต้องมาขอโทษเลย
(รู้สึกผิดจริงๆ)
แต่เราก็กลับดีใจที่ตอนนี้พี่เค้าพูดถึง
แอบตื้นตันใจลึกๆ
..เราเองก็ไม่ใช่หน้าม้ามาโฆษณาพี่เค้าหรอก
การที่ได้สัมผัสเองมันรู้สึกดีกว่ากันเยอะ
^^
สรุปว่า..วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันที่มีความสุขมากๆเลยทีเดียว
แม้ว่าจะมีเรื่องไม่สบายใจบ้าง
แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนดีเท่าเรื่องพี่ยุ้ยแล้วล่ะ
ปล.
ดีใจมากๆที่พี่ยุ้ยบอกว่าคิดถึง เพราะเราเองก็คิดถึงทุกวันเลย
ปล.
ดีใจมากๆที่พี่ก็ยังไม่เคยลืมเมย์ไปแม้จะไม่ได้เจอ
ปล. อีกไม่กี่ 10
วันเมย์ก็จะไปแล้ว...ยังไม่ได้บอกพี่เลย...
ปล.
ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็จะคิดถึงเสมอๆนะคะ

"คุณมี 1
ข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน..."
เราสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงมือถือร้องขึ้น
มันเป็นเสียงที่บอกว่า..."เราได้รับข้อความ"
เราคงจะไม่ตกใจหรอก
ถ้าไม่ใช่ช่วงเวลานั้น...
ช่วงเวลาที่เราเพิ่งส่ง Message...
ไปให้ใครคนนึง เมื่อ
5 นาทีก่อนหน้านี้
เราได้แต่นั่งจ้องอยู่แบบนั้น...ไม่กล้าที่จะเปิดอ่าน
เพราะมันเป็นข้อความที่เรารอคอยมาตลอด..
รอคอยมานานกว่าครึ่งปี...
แต่ในใจนั้นมีความรู้สึกตื้นตันอยู่มากมาย
ทำไมกัน....ครึ่งปีที่แล้ว...ก็ได้รับอยู่บ่อยๆ
แต่ความรู้สึกกลับ
ไม่เหมือนกับตอนนี้
และเมื่อเราตั้งสติได้เรียบร้อย
ก็กดทีละปุ่มช้าๆ
ค่อยๆดูอย่างตั้งใจ..พบข้อความสั้นๆ มีใจความสั้นๆ
แต่ก็ทำให้เรารู้สึก....คิดถึงคนที่ส่งข้อความนี้มาให้
.....มากขึ้น...มากขึ้น
"
คืนนี้นอนหลับฝันดีนะจ๊ะ แล้ว พรุ่งนี้เจอกันจ๊ะ(",) "
ผู้ส่ง:
^^P'Yui
+66xxxxxxxx
ส่งแล้ว:
23:38:12
03/10/2006
"เช่นกันนะคะ"..เป็นคำที่เรานึกพูดอยู่ในใจ
"ขอบคุณนะคะ"..เป็นคำที่เราอยากบอก..
-:- F
O R E V E R -:-